“ชราเฮโย” แอพใหม่คู่ใจ เพื่อคน “สูงวัย” ที่อยากดูดี

รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดนั้น ยังเกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือที่เราเรียกว่า “NCDs” ซึ่งเกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องของคนเรามาตั้งแต่วัยหนุ่มสาวไม่ว่าจะเป็น โรคความดันเลือดสูง เบาหวาน ข้ออักเสบ ข้อเสื่อม โรคถุงลมโป่งพอง/หลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย หรืออัมพาต ฯลฯ กำลังกลายเป็นโรคประจำตัวที่มักพบในผู้สูงวัยไทย

ส่วนใหญ่ที่ต้องมีกันอย่างน้อยคนละโรคสองโรคทีเดียว จากรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ที่มีการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกาย พ.ศ. 2559 ได้คาดการณ์ว่า มากกว่าร้อยละ 60 ของผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) เป็นโรคความดันเลือดสูงมากกว่าร้อยละ 10 ของผู้สูงอายุวัยปลายเป็นโรคเบาหวาน และร้อยละ 35 ของผู้สูงอายุมีภาวะอ้วน ทีนี้หากลองนึกภาพต่อไปว่า กลุ่มประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 33-53 ปีในวันนี้ (รุ่นที่เกิดระหว่างปี 2506-2526) จะกลายเป็นผู้สูงอายุในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งเวลานั้นประเทศไทย จะมีประชากรอายุ 53-73 ปี เกินกว่าล้านคนต่อปีและจะทำให้ไทยมีสัดส่วนของประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในประเทศไทยจะสูงถึงร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมดในปี 2580 ลองนึกภาพว่าอีก 20 ปีข้างหน้าสังคมไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป หากในประชากรกลุ่มนี้ ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ หากข้อมูลด้านบนยังดูไกลตัวเกินไป ลองถอยกลับมาดูแค่เฉพาะอีก 3 ปีข้างหน้าก็จะเห็นชัดกว่าเพราะในปี 2564 คาดว่าเรากำลังมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 20 แต่หากการเพิ่มจำนวนของประชากรสูงอายุที่สูงขึ้นอย่างมากในอนาคตนี้ คือประชากรสูงวัยไร้คุณภาพเป็นคนป่วยหนักสารพัดโรค นั่นคืออีกภาระสำคัญของสังคมในอนาคต กับการต้องคอยดูแลและรักษา ซึ่งอาจทำให้แต่ละปีประเทศไทยต้องสูญเสียงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศไปไม่น้อย ดังนั้นเพื่อการเตรียมการวางแผนชีวิตทั้งด้านเศรษฐกิจและสุขภาพ จึงเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ ที่คนไทยทุกคนควรตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาสุขภาพตั้งแต่เยาว์วัย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth